สุภาพบุรุษลูกหนัง

ธชตะวัน ศรีปาน ที่กลับมาสู่สมรภูมิลูกหนังไทยลีกอีกครั้ง

เป็นสโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่คว้ากุนซือดีกรีโปร ไลเซนส์ รุ่นแรกของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย มาคุมทีม หลังจากที่ มาโน โพลกิ้ง ประกาศลาออก และให้ ดานิเอเล่ อินวิซิเบเล่ เข้ามาคุมทัพชั่วคราวก่อนหน้านี้

การมาครั้งนี้ของอดีตกองกลางทีมชาติไทย เกิดขึ้นแบบด่วนมากๆ หลังมีข้อมูลว่าวันที่ 2  พ.ย. คุณขจร เจียรวนนท์ ประธานสโมสร “แข้งเทพ” เรียกเข้าไปพบ ก่อนตกลงเรื่องรายละเอียดกันเสร็จสรรพ จากนั้นรุ่งขึ้นอีกวันเจ้าตัวได้เดินทางไปลากับ พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอล

อันที่จริง “โค้ชแบน” ไม่ได้มีสัญญาอย่างเป็นทางการกับ ส.บอล ในการเข้าไปเป็นหนึ่งในสต๊าฟฟ์ของ อากิระ นิชิโนะ เหตุเนื่องจากกุนซือชาวญี่ปุ่นต้องการให้เขามายู่ในทีมงานด้วย เพราะเป็นเป้าหมายของทาง “บิ๊กอ๊อด” ที่อยากจะร่วมพัฒนาโค้ชคนไทยไปด้วยกัน

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ณ สนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต เป็นวันแรกที่เขาลงพาทีมฝึกซ้อมด้วยตัวเองอย่างทันควัน กลายเป็นกุนซือไทยคนแรกในรอบเกือบ 7 ปีของทาง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ต่อจาก “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล อดีตรุ่นน้องทีมชาติ

UFABET 369

ว่ากันว่าการฝึกซ้อมในวันนั้น ค่อนข้างจะคึกคักกันทีเดียว โดยเฉพาะแข้งไทยที่เคยร่วมงานกับ “โค้ชแบน” ไม่ว่าจะเป็น UFABET 369 ตั้งแต่สมัยปี 2015 ที่ช่วยกันพาทีมเพื่อนตำรวจฯ คว้าแชมป์ (ยามาฮ่า ลีก วัน) และเกือบจะไปอยู่ด้วยกันที่ เอสซีจี เมืองทองฯ ในซีซั่นถัดมา

หรือแม้กระทั่ง พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ทริสตอง โด, ชนานันท์ ป้อมบุปผา, ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร ที่เคยอยู่กันที่ “กิเลนผยอง” ก่อนจะขยับขยายมาอยู่ที่รัง “แข้งเทพ” ทั้งหมด ไปจนถึง สรรวัชญ์ เดชมิตร ที่ให้ความเคารพต่อตัวกุนซือรายนี้อย่างมากทีเดียว

ให้หลังอีก 2 วัน เขาเองก็พาทีมลุย เอฟเอ คัพ 2020 ซึ่งเปิดบ้านรับมือทีมจาก ไทยลีก 3 อย่าง ม.เกษมบัณฑิต และเกมนี้ถือเป็นการเรียกฟอร์มของ ชนานันท์ ป้อมบุปผา กลับมาอีกครั้ง หลังจากปีนี้ไม่ค่อยได้รับโอกาสมากนัก ซึ่ง “เจ้าทู” เหมาไปคนเดียว 2 ตุง

การเข้ามาของ “โค้ชแบน” ถือว่าสร้างผลดีให้กับทีมหลายด้าน โดยเฉพาะความเชื่อมั่น และแรงศรัทธาที่นักเตะมีต่อเขา เพราะหลายคนเองก็เคยร่วมงานกันมาก่อน ชีวิตของ “โค้ชแบน” น่าติดตามอย่างมาก หลังจากเทิร์นโปรกับ บีอีซี เทโรศาสน (ชื่อเดิม) ซึ่งเป็นการผละจากนักเตะมาเป็นโค้ชทันที ก่อนที่จะได้งานกับ สระบุรี เอฟซี บ้านเกิดของตัวเอง แถมยังเป็นการไต่เต้าตั้งแต่ลีกรากหญ้า มาจนถึงไทยลีกอีกด้วย

ตลอด 5 ปีที่นั่น เขาได้ปั้นนักเตะขึ้นมามากมาย ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดก็คือ นิติพงษ์ เสลานนท์ แบ็คขวาจอมเติมเกมรุก ที่เวลานี้เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงอย่างมาก เพราะเขาเองสร้างผลงานได้เป็นที่ประจักษ์ ตั้งแต่มาอยู่กับ การท่าเรือ เอฟซี ต่อยอดมาติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ จากนั้นเขาก็ได้ไปเป็นหัวเรือใหญ่แทนที่ “โค้ชแต๊ก”อรรถพล ปุษปาคม ในถิ่นเพื่อนตำรวจ ปี 2015 นับว่าเป็นการตอบโจทย์ที่เหมาะสม

ติดตามข่าวสารได้ที่ greenapplegames.com